สมัครเลย!!!

Author: lew

AWS ระบุกำลังเจรจากับคู่ค้า น่าจะเปิดบริการในกลุ่ม Outpost, Local Zones, Wavelength ในไทยนี้ แม้ไม่ระบุเวลา

วันนี้ AWS ประเทศไทยจัดงาน Technology Update Roundtable บรรยายถึงสินค้าใหม่ที่เปิดตัวในงาน reInvent เมื่อลปลายปีที่ผ่านมา และช่วงถามตอบ ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย พูดถึงสินค้าในกลุ่มคลาวด์ที่อยู่ใกล้กับลูกค้ามากขึ้น ทั้ง AWS Outpost, AWS Local Zones, และ AWS Wavelength นั้นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่ค้า และคาดว่าน่าจะเข้ามาทำตลาดในไทยได้ในเร็วๆ ดร.ชวพล ระบุถึงความต้องการของลูกค้าว่ามีความต้องการเก็บข้อมูลไว้ในศูนย์ข้อมูล ทั้งจากปัญหา latency สูงหรือจะเป็นความกังวลที่จะนำข้อมูลไปวางไว้นอกประเทศหรือนอกองค์กร และสินค้ากลุ่มคลาวด์ท้องถิ่นเช่นนี้จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ สินค้าในกลุ่มนี้ตัวแรกที่น่าจะทำตลาดในประเทศไทยได้คือ AWS Outpost ที่เปิดให้ลูกค้าซื้อตู้เซิร์ฟเวอร์ไปตั้งในศูนย์ข้อมูลของตัวเอง โดยระบบภายในทั้งหมดจะจัดการโดยทีมงานของ AWS ปัจจุบันนี้แม้ AWS Outpost จะเข้าสู่สถานะ GA ไปแล้วแต่ยังจำกัดประเทศที่ทำตลาดบางโซน และไม่จำหน่ายนอกประเทศที่ไม่มีศูนย์ข้อมูลของ AWS AWS Local Zones นั้นเป็นศูนย์ข้อมูลของ AWS ที่ย่อขนาดลงมา และให้บริการในระดับเมือง สำหรับลูกค้าที่ต้องการให้ข้อมูลอยู่ใกล้ แต่ไม่ต้องการนำเซิร์ฟเวอร์มาดูแลเอง หาก […]

กูเกิลเตรียมย้ายข้อมูลพลเมืองอังกฤษกลับสหรัฐฯ หลัง Brexit หลุดความคุ้มครอง GDPR

กูเกิลเตรียมย้ายข้อมูลบัญชีพลเมืองสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ไปยังศูนย์ข้อมูลที่อยู่ใต้กฎหมายสหรัฐฯ หลังจากสหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป พร้อมกับเตรียมให้ผู้ใช้กดยอมรับข้อตกลงใหม่ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหราชอาณาจักรยังคงมีผลต่อไป แต่เนื่องจากสหราชอาณาจักรไม่ได้อยู่ในสหภาพยุโรปอีกแล้ว กฎหมายในอนาคตก็อาจจะไม่เป็นไปตาม GDPR อีกต่อไป โดยสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ นั้นมีความตกลงร่วมกันที่จะให้ทั้งสองประเทศสามารถขอข้อมูลผู้ใช้ข้ามกันได้ง่ายขึ้นในอนาคต แนวทางกฎหมาย GDPR นับเป็นหนึ่งในกฎหมายคุัมครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เข้มแข็งที่สุดในโลก โดยให้สิทธิเจ้าของข้อมูลเพิ่มเติมทั้งสิทธิ์ในการขอข้อมูลกลับและสิทธิ์ในการขอลบข้อมูลทิ้ง ที่มา – iTnews Topics:  Google Privacy

ไม่รู้ผิดตรงไหน เฟซบุ๊กแจ้งเว็บ krungthai dot com ผิดกฎชุมชน แชร์เว็บไม่ได้

ทางธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนโดเมนเว็บเป็น krungthai dot com ตั้งแต่สองวันที่ผ่านมา แต่กลับเจอปัญหาใหม่ว่าทางเฟซบุ๊กระบุว่าเว็บผิดกฎชุมชน ทำให้ไม่สามารถแชร์ลิงก์ใดๆ ลงเฟซบุ๊กได้ สำหรับข่าว Blognone ที่รายงานการเปลี่ยนเว็บเองก็ประสบปัญหานี้ โดยไม่สามารถแชร์ข่าวขึ้นเฟซบุ๊กได้ และตัวข่าวก็มียอด like เป็นศูนย์ตลอด ในโพสต์ของเพจ Krungthai Care ที่ประกาศเปลี่ยน URL ก็มีปัญหาเดียวกัน และต้องใช้วิธีสะกด krungthai .com (มีเว้นวรรคหน้าจุด) แทน Topics:  KTB Facebook

Akamai รายงานการโจมตีบริการทางการเงิน พบแฮกเกอร์ยิงล็อกอินผ่าน API มากขึ้น

Akamai เปิดรายงานความปลอดภัยของบริการทางการ (Finnancial Service – FinServ) เงินในช่วง ปีปลายปี 2017 ถึงปลายปี 2019 พบว่ามีอัตราความพยายามล็อกอินผ่านทางเซิร์ฟเวอร์ที่เป็น API gateway มากขึ้นเรื่อยๆ รายงานแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอื่นนั้นแฮกเกอร์พยายามขโมยบัญชีผู้ใช้ผ่านทาง API มาต่อเนื่องระยะหนึ่งแล้ว โดยรวมช่วงที่สำรวจมีการยิงผ่าน API ประมาณ 20% จากการยิงรหัสผ่านทั้งหมด 85,422 ล้านครั้ง แต่สำหรับอุตสาหกรรมทางการเงินเริ่มมีปริมาณสูงขึ้นช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา รวมมีการยิงรหัสผ่าน 473 ล้านครั้ง ภาพรวมการโจมตียังคงมีการโจมตีรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น SQL Injection ที่โดยรวมยังคงสูงมาก แต่สำหรับอุตสาหกรรมทางการเงิน การโจมตีแบบ Local File Inclusion (LFI) กลับสูงกว่า SQL Injection เสียอีก ที่มา – Akamai ภาพอัตราการล็อกอินมุ่งร้ายรายวันเทียบระหว่างการล็อกอินผ่านเว็บกับการล็อกอินผ่าน API ภาพบนเป็นภาพรวมการโจมตีทั้งหมด ภาพล่างแยกเฉพาะอุตสาหกรรมการเงิน Topics:  Akamai […]

ธนาคารกรุงไทยเปลี่ยนโดเมนเว็บจาก ktb.co.th เป็น krungthai.com

ธนาคารกรุงไทยประกาศเปลี่ยนชื่อโดเมนจาก ktb.co.th เป็น krungthai.com พร้อมกับเปลี่ยนการออกแบบเว็บ ให้รองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ หน้าเว็บยังคงเป็นการ redirect มาจากโดเมนเดิม เช่นหน้าเว็บข้อมูลซื้อ-จองล่วงหน้าสลากกินแบ่งรัฐบาล จาก https://www.ktb.co.th/th/personal/detail/74 ก็ถูก redirect เป็น https://krungthai.com/th/personal/detail/74 ยังไม่มีข้อมูลว่าอีเมลติดต่อกับธนาคารจะเปลี่ยนโดเมนหรือไม่ เช่นการแจ้งเตือนจาก KTB Netbank ที่เดิมใช้ netbank@ktb.co.th แต่ตอนนี้ทางธนาคารยังครอบครองทั้งสองโดเมนอยู่ก็คงไม่มีความน่ากังวลอะไร ที่มา – Facebook: Krungthai Care Topics:  KTB Banking Thailand

เอาสิวหัวช้างมาแปะหน้าคุณ กูเกิลสร้าง AI สร้างภาพโรคผิวหนัง สร้างข้อมูลสำหรับฝึก AI วินิจฉัยโรค

การฝึกปัญญาประดิษฐ์เพื่อจำแนกประเภทภาพนั้นต้องใช้ข้อมูลสำหรับฝึกปัญญาประดิษฐ์ปริมาณมาก และขั้นตอนใหญ่ๆ ในการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์กลายเป็นการสร้างชุดข้อมูลขึ้นมา แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือการสร้างปัญญาประดิษฐ์ในกลุ่ม generative adversarial network (GAN) เพื่อสร้างชุดข้อมูลขึ้นมาใหม่ ล่าสุดกูเกิลก็เสนอปัญญาประดิษฐ์ DermaGAN สำหรับการสร้างชุดข้อมูลโรคผิวหนัง ปัญหาของการสร้างปัญญาประดิษฐ์สำหรับโรคผิวหนัง คือกลุ่มตัวอย่างมีความหลากหลาย ตั้งแต่ตัวโรค, สภาพผิวหนังเดิมของผู้ป่วย, สีผมที่อยู่ในภาพ, ไปจนถึงกล้องที่ใช้เก็บภาพที่มีคุณสมบัติต่างกันไป DermaGan สามารถสร้างภาพโรคแบบต่างๆ ในผิวหนังทุกรูปแบบที่เป็นไปได้ พร้อมกับจำลองภาพจากกล้องแบบต่างๆ โดยมีเฉลยบอกล่วงหน้าว่าเป็นโรคอะไร และบริเวณของภาพที่ตรวจพบโรคนั้นอยู่ตรงไหน การวัดประสิทธิภาพของข้อมูลที่สร้างออกมา อาศัยแพทย์มาทดลองแยกรูปจริงโดยเฉลี่ยแพทย์ยังคงแยกภาพจริงได้ระหว่าง 51%-69% จากนั้นให้แพทย์ทดลองเลือกรูปตามโรคที่กำหนด หากใช้ภาพจริงจะเลือกได้ถูก 30%-100% ขณะที่ภาพที่สร้างขึ้นนั้นอยู่ระหว่าง 0%-67% และเมื่อนำข้อมูลที่สร้างขึ้น 20,000 ภาพไปรวมกับข้อมูลฝึกเดิม 49,920 ภาพ ความสามารถในการแยกอาการบางประเภทก็สูงขึ้นอย่างมาก ที่มา – Google AI Blog ภาพตัวอย่างการสร้างภาพไฟบนผิวสีต่างๆ Topics:  Artificial Intelligence Google

SCB ร่วมมือโรงพยาบาลรามาธิบดี ทำแอป Rama App ให้บริการตั้งแต่นัดหมายจนถึงชำระเงิน, พร้อมตู้จ่ายเงิน ลดเวลารอรับบริการ

ธนาคารไทยพาณิชย์ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดตัว Rama App แอปพลิเคชั่นใช้บริการโรงพยาบาลที่ทำได้ตั้งแต่การทำประวัติอย่างง่าย, นัดหมายแพทย์, เลื่อนนัด, และการชำระเงิน พร้อมกับตู้ชำระเงินอัตโนมัติ การใช้แอปนี้จะทำให้ผู้ป่วยลดขั้นตอนและลดเวลาในการรอรับบริการลง จากเดิมที่หลายคนเวลาไปโรงพยาบาลต้องรอคิวหลายขั้นตอนทั้งรอคิวจ่ายเงินและรอคิวรับยากับเภสัชกร การจ่ายเงินผ่านแอปได้ก็จะช่วยลดขั้นตอนไปได้ ส่วนขั้นตอนที่ต้องรอรับบริการก็มีหมายเลขคิวแสดงในแอปโดยตรง ที่มา – จดหมายข่าวธนาคารไทยพาณิชย์ Topics:  SCB Thailand Mobile Medical

ลูกค้าธนาคารกัมพูชาเริ่มใช้แอปมาจ่ายเงินในประเทศไทยได้แล้วผ่าน SCB, สำหรับคนไทยไปจ่ายในกัมพูชาได้ในไตรมาส 3

ธนาคารไทยพาณิชย์เปิดบริการจ่ายเงินผ่าน QR ข้ามประเทศ โดยร่วมกับธนาคาร 3 แห่งในกัมพูชา ได้แก่ Acleda Bank, Cambodia Commercial Bank (CCB), และ Foreign Trade Bank of Cambodia (FTB) ทำให้ลูกค้าธนาคารทั้งสามสามารถใช้แอปของธนาคารมาจ่ายเงินในประเทศไทยได้ สำหรับบริการลูกค้าธนาคารในไทยที่จะไปสแกนจ่ายค่าสินค้าในกัมพูชานั้นจะใช้งานได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ การเปิดบริการครั้งนี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารกลางกัมพูชาลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ก่อนหน้านี้ความธนาคารในไทยก็เพิ่งทำความร่วมมือกับธนาคารในลาวเพื่อให้สองชาติจ่ายเงินข้ามไปมาได้เช่นกัน ที่มา – ธนาคารแห่งประเทศไทย Topics:  Bank of Thailand SCB QR Code Cambodia

จีนเริ่มตรวจความเสี่ยงโรคของประชาชนทุกคนผ่านแอป Alipay แต่ระบบถูกหลอกง่าย อาการเล็กน้อยก็สั่งห้ามเดินทาง

รัฐบาลหลายเมืองในประเทศจีนเตรียมตรวจสอบประวัติความเสี่ยงของประชาชนทุกคนผ่านทางแอปใน Alipay โดยให้ประชาชนเข้าไปกรอกแบบสอบถามว่ามีประวัติความเสี่ยง จากนั้นแอปจะให้ความเสี่ยงเป็นสีเขียว, เหลือง, แดง โดยต้องได้สีเขียวจึงจะเดินทางได้อิสระ หากได้สีอื่นจะถูกสั่งให้กักตัวเอง 7-14 วัน Kaikai Shi ผู้อาศัยในเมืองหังโจวระบุว่าระบบนี้ผิดพลาดง่ายมาก โดยหากกรอกข้อมูลไม่ครบก็ได้สีเขียวได้โดยง่าย แต่หากใครแจ้งว่าเจ็บคอสักหน่อยก็จะถูกจัดเป็นสีแดงแล้ว โดยทาง Alipay ไม่ได้เปิดเผยว่ากระบวนการตัดสินว่าคำถามใดจะให้สีใด ตอนนี้เมืองหังโจว มีผู้ลงทะเบียนตอบแบบสอบถามแล้ว 7.25 ล้านคน โดยมีคนได้รหัสแดง 316,000 คน และรหัสเหลือง 200,000 คน รวมมีคนไม่สามารถเดินทางกว่าห้าแสนคน กระบวนการตรวจสอบจะตรวจผ่านแอปตามจุดสำคัญ เช่น ทางเข้าอาคาร, และการเข้าระบบขนส่งมวลชน แม้จะเริ่มในเมืองหังโจวแต่ก็มีแนวโน้มว่าเมืองอื่นๆ จะใช้แนวทางเดียวกันและอาจจะมีการบังคับใช้ระดับชาติต่อไป ที่มา – South China Morning Post ภาพตัวอย่าง QR และการตรวจสอบขณะเข้าอาคาร จาก Weibo ของ Alipay Topics:  China Alipay

Xiaomi จดสิทธิบัตรหน้ากากกันฝุ่นแบบบันทึกได้ว่าทั้งวันโดนฝุ่นไปมากน้อยแค่ไหน ยังไม่มีขาย

สำนักงานสิทธิ์บัตรสหรัฐฯ มอบสิทธิบัตรการออกแบบหน้ากากกันฝุ่นอัจริยะให้ Xiaomi เป็นหน้ากากกันฝุ่นที่มีความสามารถตรวจวัดคุณภาพอากาศขณะที่สวมใส่ได้ สิทธิบัตรระบุว่าเซ็นเซอร์ในหน้ากากสามารถตรวจวัดคุณภาพ เช่น ปริมาณฝุ่น, โอโซน, คาร์บอนมอนนอกไซต์ นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ความเคลื่อนไหว เพื่อให้รู้ว่าผู้ใช้เคลื่อนตัวเร็วเพียงใด จะได้สามารถคำนวณปริมาณอากาศที่หายใจได้ถูกต้อง แปลผลเป็นปริมาณมลพิษที่จะได้รับหากไม่ได้ใส่หน้ากาก ใบขอสิทธิบัตรนี้ขอไว้ตั้งแต่ปี 2016 และเพิ่งได้รับเป็นสิทธิบัตรจริง โดยสิทธิบัตรจำนวนมากก็ไม่ได้แปลว่าบริษัทจะผลิตสินค้าออกมา แต่ปัญหาฝุ่นควันในช่วงหลังนี้ทำให้ไอเดียในสิทธิบัตรนี้น่าสนใจทีเดียว ที่มา – South China Morning Post ภาพหน้ากาก Xiaomi Purely จาก Mi.com Topics:  Xiaomi Patent Health